รีวิวอนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทผนึกจอมมาร

ครั้งแรกเลยที่ได้เห็นข่าวการนำมังงะเรื่อง Jujutsu Kaisen หรือชื่อไทยคือ มหาเวทย์ผนึกมาร มาทำเป็นอนิเมะ บอกตรง ๆ ว่าฉันร้องกรี๊ดเลย!!! ยิ่งได้เห็นทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาก็คือหวีดไปหลายวันจนจะหมดลมหายใจอยู่แล้ว เพราะเป็นมังงะที่ติดตามมาตั้งแต่แรกตอนแรก ๆ มาวันนี้ได้ถูกนำมาทำเป็นอนิเมะ ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนส่งลูกไปรับปริญญาเลยทีเดียว ถามว่าเวอร์ไปไหม? ก็ตอบเลยว่า “ค่ะ ยอมรับ” (ฮา) แถมยังได้สตูดิโอดี ๆ อย่าง MAPPA ที่เคยฝากผลงานดัง ๆ เอาไว้ เช่น Banana Fish , Yuri!!! on Ice , Kakegurui หรือล่าสุดนี่ก็ Attack on Titan: The Final Season นี่แหละ เพราะฉะนั้นบอกเลยว่าคาดหวังได้แน่นอน!!! ดูได้ที่ ดูหนัง

 

 

หลายๆคนน่าคุ้นเคยที่เห็นผ่านๆตากันมาบ้างแล้วนะคะ เพราะตัวอนิเมะเองก็ถูกพูดถึงค่อนข้างเยอะกันเลย หมีเขียนก็เป็นคนหนึ่งที่ทนไม่ไหวขอลองซะหน่อยสิว่ามันยังไงทำไหมคนถึงได้ติดตามและบอกว่ามันสนุกมากๆ พอได้ดูเท่านั้นแหละ ต้องรีบไปซื้อมังงะมาอ่านกันเลยทีเดียว อนิเมะที่ฉายตอนนี้มีทั้งพากษ์ไทยและซับนะคะ หาดูกันได้ที่ iqiyi มีทั้งหมด 24 ตอน แต่ว่าตอนในมังงะนั้นมีถึงตอนที่ 148 และ ยังไม่จบนะคะ มังงะเล่มแปลไทยมีถึงเล่มที่ 11 ส่วนเล่มญี่ปุ่นมีถึงเล่มที่ 15 แล้วค่ะ เรามาตัวละครในอนิเมะกันค่ะ

อิตาโดริ ยูจิ คือ เด็กชายธรรมดาที่พลังกายไม่ธรรมดา ผู้ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์บางอย่าง จึงทำให้เขาได้กินคำสาประดับพิเศษเข้าไปจนกลายเป็นภาชนะของเรียวเมง สุคุนะ และต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์ในกรุงโตเกียว

คือ นักเรียนชั้นปี 1 ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์สาขา กรุงโตเกียว สาเหตุสามารถเข้ามาเรียนที่นี้ได้เป็นเพราะยูจินั้นคือภาชนะของสุคุนะ และในวันหนึ่งจะโดนเบื้องบนนั้นฆ่าทิ้งพร้อมกับคำสาป ที่สยูจิกินนิ้วของสุคุนะเข้าไป แต่ก่อนที่นั้นจะกินนิ้วของสุคุนะเข้าไปเพิ่มอีก ตัวยูจิก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน และอาจารย์โกโจก็ได้เป็นคนสอนยูจิเอง ความสามารถอีกอย่างของยูจิคือ ยูจิเป็นคนหัวเร็วมากแนะนำอะไรก็ทำได้หมด อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่ผลลัพย์ที่ได้กลับทรงพลังมาก ดูได้อย่างตอนศึกของการต่อกับอีกสาขาหนึ่ง ยูจินั้นแข็งแกร่งมากๆ

 

รีวิวอนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทผนึกจอมมาร

 

ฟุชิงุโระ เมงุมิ (aka กระสอบทราย or เจ้าหยิ๋งดิสนี่ย์ or น้อนเม) คือ นักเรียนชั้นปี 1 ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์กรุงโตเกียว ที่ได้รับภารกิจให้ไปตามหาคำสาประดับพิเศษที่โรงเรียนเก่าของอิตาโดริ ทำให้ทั้งสองได้เจอกันเป็นครั้งแรก และทำให้ฟุชิงุโระได้รู้ว่าอิตาโดริเป็นคนที่เก็บคำสาปนั้นไป

และ คือ นักเรียนชั้นปี 1 ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์สาขา กรุงโตเกียว ในตอนเริ่มเรื่องนั้น เมงุมิ ได้รับภารกิจพิเศษจากอาจารย์โกโจให้ตามวัตถุต้องคำสาปของสุคุนะ แต่เมื่อไปถึงที่ซ้อนของวัตถุนั้น กลับไม่มีสิ่งนั้นอยู่เลย แต่ได้กลิ่นไอคำสาปมาจาก ยูจิ

คุกิซากิ โนะบาระ คือ นักเรียนชั้นปี 1 ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์กรุงโตเกียว เพื่อนร่วมชั้นของอิตาโดริและฟุชิงุโระ มีความมั่นใจในตัวเองสูง ทั้งด้านการต่อสู้ รูปร่างหน้าตา หรือแม้กระทั่งรูปแบบการต่อสู้ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

คือ นักเรียนชั้นปี 1 ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์สาขา กรุงโตเกียว หญิงแกร่งที่เด็ดเดี่ยว เกิดมาพร้อมความสามารถพิเศษที่มองคำสาปได้ และพื้นฐานในใช้ไสยเวทย์ อาวุธคู่กายคือตะปูและค้อน ที่ทรงพลังมากๆ โนะบาระเป็นผู้หญิงที่ถึงพูดจาร้ายๆแต่จริงแล้วไม่ใช่เลย เธอเป็นจิตใจอ่อนโยน แต่กลับกันในเวลาที่ต่อสู้กับพวกคำสาปเธอนั้นเด็ดเดี่ยวแบบสุดลุยสุดๆ

โกะโจ ซาโตรุ คือ (เปิดผ้าแล้วหล่อโคตร หล่อแบบวัวตายความทล้มอะเเก) อาจารย์ประจำชั้นปี 1 ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์กรุงโตเกียว คอยดูแลและให้คำแนะนำในการใช้ไสยเวทต่าง ๆ ให้กับนักเรียน แถมยังเป็นคนที่เรียกได้ว่ามีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคอีกด้วย

 

รีวิวอนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทผนึกจอมมาร

 

คือ อาจารย์ประจำชั้นปี 1 ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์สาขา กรุงโตเกียวที่คอยดูแลและให้คำแนะนำในการใช้ไสยเวทต่าง ๆ ให้กับนักเรียนที่เข้าเรียน และในเรื่องยังเป็น 1 ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดอีกด้วย ผู้ที่เกิดมา ซิกอาย( ดวงตาสีฟ้าทำทะเล ที่แบบถูกปิดเอาไว้จะใช้เมื่อถึงเวลาสำคัญจริง)

เรียวเมง สุคุนะ คือ คำสาประดับพิเศษที่ร่างจริงมี 4 มือและแข็งแกร่งมากจนไม่สามารถทำลายได้ เลยถูกผนึกไว้ในนิ้วทั้ง 20 นิ้วของตนและกระจายไปซ่อนหลายพื้นที่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปผนึกจึงอ่อนกำลังลง และเป็นคำสาปที่อิตาโดริกินเข้าไป

คือ ราคาแห่งคำสาปทั้งหลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งๆมากๆ ออกมาแป๊บเดี่ยวสามารถสู้กับคำสาปพิเศษได้อย่างง่ายได้ เรียกได้ว่าระดับของสุคุนะนั้นมากกว่าระดับก็ว่าได้ สุคุนะนั้นได้โดนผนึกไว้ในนิ้วทั้ง 20 นิ้วของตัวเอง และเมื่อเวลาผ่านไปการผนึกนั้นก็ค่อยๆเสื่อมลงๆตามกาลเวลา จนเมื่อถูกเปิดผนึกออก คำสาปที่อยู่ในนิ้วก็ออกมาทำร้านผู้คน โกโจจึงรีบหานิ้วของสุคุนะให้ครบ 20นิ้ว และต้องทำลายมันทิ้งหรือผนึกมันอีกครั้ง นั้นจึงเป็นเหตุเริ่มทั้งหมดของเรื่อง มหาเวทย์ผนึกมาร

รีวิวอนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทผนึกจอมมาร

เรื่องราวของ อิตาโดริ ยูจิ เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายปี 1 หนึ่งในสมาชิกชมรมวิจัยสิ่งลี้ลับ ผู้ค้นพบวัตถุประหลาดเข้า จึงได้นำมามอบให้กับพวกรุ่นพี่ที่อยู่ในชมรม ในขณะเดียวกัน ฟุชิงุโระ เมงุมิ ก็ได้ออกมาตามหาคำสาประดับพิเศษ นั่นก็คือนิ้วของ เรียวเมง สุคุนะ ที่อิตาโดริเก็บได้นั่นเอง ฟุชิงุโระเมื่อรู้ว่าคำสาปอยู่ที่อิตาโดริจึงรีบตามไปเอาคืน แต่ก็พบว่าความซวยได้มาเยือนพวกเขาแล้วแน่นอน เมื่อเหล่ารุ่นพี่ของอิตาโดริตัดสินใจที่จะคลายผนึกออก (เห้ย! ผนึกคำสาปอะไรมันจะแกะออกง่ายขนาดนั้น ไปรับชมเลยที่ ดูหนังออนไลน์

 

 

และแล้วฝันร้ายก็ได้เริ่มต้นขึ้นจนได้ เมื่อเหล่าคำสาปที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งจึงรีบเข้ามาแย่งกัน เพราะมันคือ ‘กุญแจสำคัญ’  ในการมอบพลังอำนาจอันแข็งแกร่งให้แก่ผู้ที่กินมันเข้าไป

อีกทั้งฟุชิงุโระและอิตาโดริพยายามช่วยรุ่นพี่ทั้งสองให้ปลอดภัย แต่ฟุชิงุโระกลับบาดเจ็บหนักจนไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพื่อจะช่วยทั้งรุ่นพี่และฟุชิงุโระ พ่อหนุ่มอิตาโดริจึงตัดสินใจกินคำสาประดับพิเศษเข้าไปเองซะงั้น!! เพราะ “คำสาปต้องกำจัดด้วยคำสาปเท่านั้น” นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่กับความวุ่นวายระดับ ‘บรรลัย’ ที่สายแอ็กชัน-แฟนตาซีไม่ควรพลาด

ความรู้สึกของฉันหลังได้ดูจบขอบอกก่อนเลยว่าเรื่องนี้เราตามมาตั้งแต่ยังเป็นมังงะ ซึ่งที่เอามารีวิวเนี่ย ถ้าถามว่าฮาร์ดเซลไหม? ก็ต้องบอกตรง ๆ เลยว่านิดนึง (ฮา) เพราะว่ามันสนุกมากยังไงล่ะ! เลยอยากจะมาเผยแพร่ความสนุกนี้ให้ทุกคนได้เข้าไปพร้อม ๆ กับ รับประกันว่าดีงามไม่แพ้อนิเมะดังเรื่องอื่น ๆ อย่างแน่นอน อย่าลืมไปรับชมที่ ดูหนังฟรี

 

 

สิ่งแรกเลยที่ต้องขอพูดเลยว่าก็คือ ‘ความกล้า’ ที่ Jujutsu Kaisen เลือกจะหยิบเอาเรื่องราวของการปราบผี ไล่ปีศาจ ล่าคำสาป หรือไสยเวทมนตร์ดําในสไตล์เราชาวตะวันตก มาเล่าเรื่องให้สนุกและทันสมัยได้ ทั้งที่กระแสอนิเมะสยองขวัญในยุคนี้ก็ดูจะไปได้ไกลอยู่ไม่กี่เรื่อง ความเชื่อในเรื่องสยองขวัญสไตล์เอเชียจึงเป็นจุดขายสำคัญของอนิเมะเรื่องนี้ ซึ่งมันมีความโดดเด่นและไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ

คอนเซปต์หลัก ๆ เลยของเรื่องนี้อย่าง ‘ไสยเวท’ เปิดตัวมาได้น่าสนใจ  บวกกับการเล่าที่ทำออกมาได้ค่อนข้างลื่นไหล  จึงทำให้เรายิ่งอยากรู้จักโลกของ Jujutsu Kaisen มากขึ้นไปเรื่อย ๆ “อิตาโดริกินคำสาปเข้าไปแล้วยังไงต่อ?” “แล้วถ้ากินครบ 20 นิ้วของสุคุนะจะเป็นยังไง?” “จะถูกสุคุนะยึดร่างเข้าไปหรือเปล่า?” “หรือสุดท้ายอิตาโดริจะยอมร่วมมือกับสุคุนะแต่โดยดี?” คือมันมีเรื่องให้คิดตามและตื่นเต้นไปกับปมเรื่องใหม่ ๆ เหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา

คาแรคเตอร์เเรกและสไตล์การต่อสู้ที่น่าสนใจของแต่ละตัวละคร ก็ทำออกมาได้น่าสนใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบสุด ๆ จนถึงขั้นดูจบแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าภาพจำเก่า ๆ ของไสยเวทในหัวเรามันเปลี่ยนไป ทำไมดูมันหล่อเท่อะไรขนาดนั้นฟะ!! อย่างตัวละคร ‘ฟุชิงุโระ’ ที่สามารถอัญเชิญชิกิงามิจากเงาของตัวเองขึ้นมาเป็นสัตว์ต่าง ๆ ที่สามารถซัปพอร์ตทีมได้

ทั้งในการต่อสู้ระยะประชิดหรือการไล่ล่า หรือตัวละคร ‘คุกิซากิ’ ที่ใช้ค้อนและตะปูคำสาปและวิชาคุณไสยหุ่นฟางที่สามารถสาปในระยะไกลได้(เจ๋งมากกก) หรือแม้กระทั่งตัวละครตัวเอกของเรื่องอย่าง ‘อิตาโดริ’ เองที่ในตอนแรกมีแค่พลังกายล้วน ๆ ก็ต้องเริ่มฝึกการควบคุมพลังไสยเวทตั้งแต่เริ่มต้น เราก็จะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครไปทีละเล็กทีละน้อย ทำให้เรารู้สึกผูกพันและสนิทสนมกับตัวละครได้ไม่ยาก เรียกได้ว่าเรื่องปั้นตัวละครให้สุดปังนี่ทางถนัด Shonen Jump  เขาล่ะ

อีกอย่างที่ทำให้น่าสนใจน่าติดตามไม่แพ้กันเลยก็คือ ‘กระดานหมากการเมือง’ ในวงการคุณไสยที่จะมีเหล่าพวก ‘คนเบื้องบน’ คอยใช้อำนาจออกคำสั่งเพื่อตักตวงผลประโยชน์แล้วส่งต่อการสืบทอดอำนาจไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ ‘ความเหลื่อมล้ำ’ ที่เป็นประเด็นมาแรงในยุคสมัยนี้ จึงถูกนำมาผสมผสานเข้ากับเรื่องราวให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น

 

 

และยังมีความดีงามของเรื่องก็คือการเล่าเรื่องราวแบบใส่ใจคนดู เพราะเราจะได้เรียนรู้ความเป็นมาของ ‘ไสยเวท’ ที่ดูจะเป็นเรื่องไกลตัวให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น จากการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับตัวละครเอกอย่าง ‘อิตาโดริ’ ที่ไม่รู้อะไรเลยพอ ๆ กับเรานี่แหละ! รับประกันว่าย่อยง่าย ไม่มีงงแน่นอน

ยังไงอย่างไรก็ตาม Jujutsu Kaisen ก็เป็นอีกหนึ่งอนิเมะที่ดูแล้วน่าจะเดินตามรอยสูตรสำเร็จสไตล์ Shonen Jump! อยู่พอสมควร คนที่ไม่ชอบพระเอกแนวเหล่ท่อ หล่อเท่ หรือเรื่องราวคลิเชสไตล์การ์ตูนยุค 90’s ก็คงต้องขอบาย แต่กับคอนเซปต์เรื่องที่แข็งแรงขนาดนี้จะไม่ดูเลยก็น่าเสียดายนะจะบอกให้

และเป็นที่เเน่ชัดว่านี่อาจเป็นอนิเมะที่ไม่สามารถเคลมได้ว่า ‘เหมาะสมกับทุกวัย’ เพราะฉากการใช้ความรุนแรง เลือดสาดกระจายอะไรอย่างนี้ก็มีค่อนข้างเยอะพอสมควร เอาเป็นว่าผู้ที่สามารถรับชมได้ควรจะอายุ 15 ปีขึ้นไปหรือถ้าดูแล้วได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองไปด้วยก็จะดีมาก

การรีวิวจากผู้ชมทั่วโลก

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม stroy และ gojo saturo, megumi และตัวละครอื่น ๆ ก็ดีที่สุดเช่นกัน แค่ดูหนังเรื่องนี้ แอนิเมชั่น Mappa เป็นอีกระดับหนึ่งและ king gnu bgm ทำให้คุณกระโดดจากที่นั่ง ไปดูกันเลยที่ เว็บดูหนังฟรี

 

 

ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม!! ยอดเยี่ยม!!! ดีมาก แมปป้า!! คุณควรเห็นสิ่งนี้อย่างแน่นอน คุณไม่จำเป็นต้องดูทีวีซีรีส์ถึงจะเข้าใจ เพียงแค่ดูมัน

หนังดีมาก. รักมันอย่างแน่นอน ฉันขนลุกขณะดู แอนิเมชั่น 100/100. ชอบ gojo satoru กับ geto suguru และ ierei… รัก yuta เหมือนกัน… movieeeee สุดเจ๋ง

วันนี้ฉันดูหนังเรื่องนี้และมันทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ในตอนแรกฉันลังเลที่จะมองไปที่ด้านในบทวิจารณ์ดังนั้นฉันจึงอ่านมังงะและเป็นเรื่องที่ดีมากดังนั้นฉันจึงไปดูมันและมันก็ดียิ่งขึ้นอีกแน่นอน มันเป็นภาพยนตร์แห่งปีที่ได้เห็น megumi ogata ที่ yuta เห็น gojo flex มันยอดเยี่ยมมาก เต้น mugen โดยระยะขอบยาวในความคิดของฉันไม่มีอะไรอยู่ตรงกลาง

JujutsuKaisen0 เป็นภาพยนตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เต็มไปด้วยฉากแอคชั่นแอนิเมชั่นที่ทำให้คุณปลิวไสวแม้กระทั่งหลายชั่วโมงหลังจากที่คุณดู และอย่าลืมเสียงดาราที่แสดงโดยนักแสดงชาวญี่ปุ่นทุกคน โดยจุดเด่นหลักคือ Megumi Ogata ขณะที่ yuta พร้อมให้การแสดงที่จริงใจและเต็มไปด้วยอารมณ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะเต็มไปด้วยฉากแอนิเมชั่นที่น่าทึ่งเท่านั้น มันบอกเล่าเรื่องราวที่น่าจับใจและอกหัก นั่นทำให้ฉันออกจากโรงละครด้วยน้ำตา Once Again STUDIO MAPPA เอาชนะตัวเองได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่หนังเรื่องนี้จะเป็นหนังญี่ปุ่นที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับสองอยู่แล้ว

ด้วยนักแสดงที่น่าทึ่งและแอนิเมชั่นพร้อมเรื่องราวที่น่าประทับใจ ฉันให้ Jujutsu Kaisen 0 แข็ง 8/10

ความรักอันบริสุทธิ์ของยูตะนั้นทรงพลังและสวยงาม

ฉากย้อนอดีตของ Gojo และ Geto นั้นสะเทือนอารมณ์มาก

ฉากแบล็กแฟลชของนานามิไม่ได้เขียนในมังงะต้นฉบับ แต่ดีมาก

การ์ตูนเรื่องนี้มีการใช้แสงสีและเงาในเรื่องทำออกมาได้ดีมาก และยังมีรายละเอียดของฉากทำออกมาได้ดี อลังการมาก เนื้อเรื่องน่าติดตาม ยังมีความน่าสนใจ เช่น มีมุกตลกแทรกให้ขำเป็นพัก ๆ อธิบายเกี่ยวกับไสยเวทย์ให้เข้าใจได้อย่างง่าย ๆ หากชอบการรีวิวของเรา อย่าลืมติดตามการรีวิวได้ ที่นี้ทีเดียว เว็บรีวิวหนัง